Hub Inc.,

The blog just talk about an investment.

โพสต์ ที่ 2:”ชีวิต คือ การลงทุน”อาทิตย์ที่ 20 มิ.ย.53

Posted by hubinc on June 20, 2010

 

ในเร็ว ๆวันนี้จะมีภาพยนต์ ภาคต่อของหนังต่างประเทศ เรื่อง”Wall Street :Money Money Never Sleeps” ไมเคิล ดักกลาส และ ไชอา ลาบัพ(พระเอกจาก Transformer & Eagle Eyes) แสดง นำ เป็นภาพยนต์ ต่อจากภาคที่ 1 เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน (ไมเคิล ดั๊กกลาส ก็นำแสดงไว้) ด้วยบทภาพยนต์ที่สมจริงสมจัง และ การถ่ายภาพยนต์ที่พัฒนาไปอย่างมากในโลกปัจจุบัน ความมี เสรี ในการถ่ายทอดเรื่องราวอาจทำให้นักลงทุนในตลาดหุ้น ได้เห็นแง่มุมของตลาดทุนต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับปรุงวิถีของการลงทุนในตลาดทุนภายในประเทศไทยได้บ้าง

  • ในบรรยากาศการลงทุนภายในประเทศไทยเรา ที่ต้องรอทิศทางการเมืองที่กำลังจะมีการเลือกตั้งกันซึ่งจะมีเกิดขึ้นในเร็ว ๆนี้ บรรดาท่าน ๆที่ทุนหนาไม่ต้องวิ่งหนีดอกเบี้ยเงินกู้(ทั้งในระบบ และ นอกระบบ) คงไม่ต้องกระสับกระส่ายเท่าไร? แต่ชาวบ้านรากหญ้า และกลางต้นหญ้า คงกระอักกันไปตาม ๆกัน แถวๆถิ่นที่ผมอยู่อาศัยร้านรวง กิจการหลาย ๆอย่างที่เคยเห็นหน้าค่าตากัน เริ่มทยอยปิดกิจการ คืนตึกเช่า ห้องเช่า กันไปกว่า 20 % แล้ว ไม่นับร้านค้าปลีก เล็กๆ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะโดนหางเลขกับเค้าด้วยก็ต้องมีอันปิดกิจการไป(นี่เฉพาะชานเมืองน๊ะครับ ในเมืองที่เคยเป็นถิ่นที่ชาวต่างประเทศเคยอุ่นหนาฝาคลั่ง ก็มีอันสลบสไล) ด้วยทิศทางขององค์ประกอบต่างๆที่เป็นตัวเกื้อหนุนภาคธุรกิจ ไม่แน่นอนและชัดเจน ทำให้นักลงทุนไม่แน่ใจ และหลงทาง ผู้ประกอบการที่จะเตรียมลู่ทางไว้รองรับนักลงทุน ที่จะหอบเม็ดเงินมาร่วมลงทุนก็เคว้งคว้างไปตามๆกัน กระทบกันเป็น โดมิโน่ไปหมด
  • ถ้าไม่เป็นการพูดแบบตรงไปตรงมาจนเกินไป หรือ ระบบเศรษฐกิจโลกเราจะถึงทางตัน ผมเคยอ่านหนังสือ เรื่อง “Before The Wolrd War I” บรรยากาศของคนยุคนั้นในหนังสือช่างละม้ายกันเหลือเกิน จนน่าใจหาย แต่ผมก็รู้ว่าโลกเรามีระบบข้อตกลงเล็กๆระหว่างประชาชาติต่าง ๆไว้แล้วตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งกฎบัตร  กฎปฏิคม ข้อตกลงสมัชชา ต่างๆ ที่ร่างเป็นกรอบเอาไว้ว่า ถ้าจะมีสงครามต้องควบคุมให้เป็นสงครามเล็ก ๆ ไม่ให้ส่งผลถึงระดับนานาชาติได้ (นั่นจึงทำให้มีหน่วยงานข่าวกรอง สายลับ สมาพันธ์ สมาคม องค์กรนั่น องค์กรนี่ กันเข้าไปปะปนอยู่ในแต่ละประเทศต่าง ๆทั่วโลกอย่างถูกกฎหมาย) ถ้าบ้านเมืองไหนไม่ยอมก็จะโดน บอยด์คอร์ท ไม่ทำการค้า ไม่ปฏิสัมพันธ์ ด้วย น่าปวดหัวจริง ๆเลย ครับ
  • เพราะฉะนั้นด้วยวิถีที่บ้านเมืองไม่สามารถให้ความช่วยเหลือพลเมืองได้อย่างทันท่วงที และเต็มเม็ดเต็มหน่วยแบบนี้ เราๆท่านๆก็คงต้องพึ่งพาตนเองอย่างถึงที่สุด ซึ่งก็เป็นแนวทางที่เราทนฝืนกล้ำกลืนปฏิบัติกันมา ตั้งแต่นมนานก็คงต้องทำกันต่อไป(ถึงแม้ช่วงเลือกตั้งจะมีคนปากหวานมาหยอดยาหอมให้ชื่นใจ ก็ต้องฝืนทำเป็นชื่นใจ เพราะทั้งที่จริงเราก็รู้ไส้ รู้พุงกันอยู่ว่าเลือกได้แล้ว จะเป็นยังไงต่อไป)ไม่เป็นไรครับทำใจยอมรับถือซ่ะว่า ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองก็จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ “พฤษภา ทมิฬ ภาค 3″(ไม่ได้ชี้ช่องน๊ะครับ ตอนนี้กำลังรณรงค์สมานฉันท์กันอยู่ด้วยทั่วประเทศ)
  • สิ่งที่จะเชื่อมโยงให้คณะผู้บริหารประเทศ เข้าถึงผู้อยู่ในประเทศได้ผสานใจและปรองดองกันได้น่าจะเป็นเรื่องของ”ความจริง” ทุกอย่างไม่ว่าคุณมีอะไร ที่ไม่ไปหมิ่นเหม่ ทำลายภาพลักษณ์ของใคร คุณก็ต้องชี้แจงให้หมด ที่ผมเอื้อนเอ่ยมานานเพราะหาทางลงที่จะเข้าเรื่องที่ตรงกับ บล็อคของผมไม่ได้ซ่ะที(ล้อเล่นครับ) บล็อคนี้จะพูดแต่เรื่องของการลงทุน ว่ามีสินค้าอะไรบ้าง เข้ามาอย่างไรในวงการนี้ และ เงินทุนที่ใช้ต้องมีมากน้อยแค่ไหน?ผมจะนำมาบอกเล่าเก้าสิบ ให้รู้กันให้หมดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเราจะได้มีเครื่องมือสร้างความอยู่ดีกินดีให้ทั่วถึงกันอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ต้องร่างนโยบายเพื่อมาหาเสียงแล้วก็ทำไม่ได้หลังจากได้เลือกตั้งแล้ว(อ้าวเข้าเรื่องการเมืองอีกแล้ว :-d )
  • ผมเคยเกริ่นนำไปแล้ว จากโพสต์แรกว่า เราจะเข้าสู่เส้นทางของนักลงทุนในตลาดหุ้นได้อย่างไร?ความจริง โพสต์นี้ต้องเป็นโพสต์ที่ผมต้องกลับมาจากการสัมนาที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก่อน เพราะผมได้สมัครเข้ารับการอบรมเรื่อง”ค้นหาหุ้นอย่างไร ให้ถูกใจนักลงทุน”ที่ทางสถาบัน TSI จัดขึ้นแต่ต้องเลื่อนออกไปอีกเป็นครั้งที่ 3 นับจากเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค.2553 วันแดง-เดือด เลื่อนไปถึง วันเสาร์ที่ 21 ส.ค.2553 โน่น แน่ะแต่ไม่เป็นไรครับ จะหาเรื่องมาเขียนบอกเล่าคร่าว ๆแบ่งปันแชร์ประสพการณ์กับบรรดาท่าน ๆทั้งหลายที่แวะเข้ามาอ่านไปก่อนแล้วกัน
  • ผมเริ่มสนใจเรื่องหุ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ที่เศรษฐกิจประเทศไทยเรากำลังดิ่งลงเหว เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกผลกระทบจากเศรษฐกิจ ล่มสลายครั้งนั้น เงินทอง การงาน ธุรกิจ และก็ชีวิต(เกือบ…..ไป เหมือนกัน) หมดไปกับปีนั้น ต้องเริ่มกลับมาเป็นลูกจ้างสะสมเงินทุนใหม่ แต่ด้วยต้นทุนชีวิตต่ำ และการศึกษาที่ไม่ได้สูงมากนัก เพราะที่บ้านไม่ได้มีฐานะที่จะส่งเสียให้เรียนได้สูง ๆ ผมเริ่มอ่านหนังสือเล่มแรกของ คุณ นิเวศน์ เหมวชิรวราการ(นักลงทุนเน้น มูลค่าทรัพย์สิน มือหนึ่งของไทย) แต่ยุคนั้นพูดถึง หุ้น ตกต่ำมาก ราคาก็ไม่แพง แต่ไม่มีสถาบันการเงิน หรือ ข้อมูลสื่อสารใดเปิดข้อมูลให้รู้ว่าจะซื้ออย่างไร มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง เริ่มต้นก็ลงทุนเป็น แสน ด้วย ขณะนั้น ปี พ.ศ.2549 อย่าว่าแต่เงินแสนเลย เงินร้อยก็หาให้ได้ก่อนเถอะ จึงมีอันต้องพับความฝันที่จะเป็นนักลงทุนในตลาดทุนไป แต่ก็อาศัยหาหนังสือ ดีดี มาอ่านแล้วลองวิเคราะห์เล่น ๆในกระดาษ ดู แต่ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปลงทุนซ่ะทีเพราะเงินทุกบาทที่จะนำมาลงทุนในหุ้น หรือ ธุรกิจ ควรเป็นเงินที่เหลือเกินจากตอบสนองปัจจัยสี่ได้แล้ว ซึ่งก็ไม่เคยเหลือเลยเพราะ คนรากหญ้าอย่างเราหาเช้ากินค่ำ สังคมก็ไม่กว้างขวาง จะเข้าไปในวงการการเงิน และ ตลาดทุนได้อย่างไร จวบจน ปี พ.ศ.2551-2552 สถาบันต่าง ๆ เริ่มเปิดเผยข้อมูลมากขึ้นมีสถาบันสอนหลักสูตรการลงทุนมากขึ้น แหล่งข่าวการวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงการลงทุน(เครื่องมือวิเคราะห์ก็ทันสมัยมากขึ้น) ทำให้มี นักศึกษาที่พึ่งจบมาใหม่ๆ รุ่นหลานผมอีกเริ่มเข้าสู่วงการค้าหุ้น มันน่าอายจริงๆ เราอ่านมานาน แต่ทุนเริ่มประกอบการ ขั้นต้นไม่พร้อม สู้เด็กยุคใหม่ก็ไม่ได้ ใจถึง มั่นใจ ค้นคว้าหาช่องทางการทำเงินทุกทาง เพื่อให้ชีวิตดีขึ้น เก่งมากครับเด็กยุคนี้ แต่ไม่เป็นไรครับ การลงทุนในหุ้น ก็เหมือนการลงทุนซื้อกิจการ ต่างคนต่างสไตล์ แต่ละคนย่อมมีจังหวะการเข้าซื้อไม่เหมือนกัน และหุ้นแต่ละตัวก็ใช่ว่าจะเหมาะกับคนทุกคน หลังจากผมกลับมาจากสมนา ของสถาบัน TSI คงจะได้มาแบ่งปันความรู้เล็ก ๆให้เพื่อนผู้แวะมาอ่านได้รับกันอีก น๊ะครับ  ของคุณครับ

สุกิจ(ปีเตอร์) บุญปก

e-mail:hub_inc@hotmail.com

โทร:+66(0)38731735

      +66(0)878330089

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: